Monday, March 31, 2014

หากเรา ไม่คาดหวังในความรัก

          อันความรักที่แรกเริ่ม มักเปี่ยมล้นด้วยความคาดหวัง เรามีเงื่อนไขในการเปิดใจ และไว้วางใจคนๆหนึ่ง แต่เมื่อเวลาเริ่มจะล่วงเลยผ่านไป เขาคนนั้นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราวาดฝันทั้งหมด เมื่อนั้นเอง เราไม่จำเป็นต้องชื่นชมทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำก็ได้ เพราะการชื่นชมนำมาซึ่งการคาดหวัง เราไม่จำเป็นต้องตำหนิทุกสิ่งทุกอย่างที่เราไม่ชอบในตัวเขา เพราะมุมมองบางอย่างในชีวิตเขา เราเองยังไม่เคยเห็นหรือหาได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงต้องเปิดใจให้กว้างอยู่เสมอ มันไม่ยากนักหรอก ก็แค่เปิดใจให้กว้างพอสำหรับคนพิเศษคนหนึ่งให้เข้าไปอยู่ได้ เมื่อนั้นเอง เราจะไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวในชีวิตเขา หรือเขาไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวในชีวิตเรา ต่างคนต่างมีหนทางที่ต้องเผชิญของตัวเอง แต่ขอแค่เราเป็นสถานที่ ที่เรียกว่า บ้าน ของกันและกัน เป็นที่พักพิงเมื่อเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และเป็นดั่งสายธารเล็กๆ ที่จะนำพาความร่มเย็นมาให้ชีวิต : )

Sunday, March 9, 2014

ความน่ารักของคนๆหนึ่ง หาได้อยู่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก หากมองเข้าไปภายในจิตใจ เราจะค้นพบความงดงามอันเป็นนิรันดร์ ของคนหนึ่งคนนั้น : )

Saturday, March 1, 2014

เรามองว่า คนฝรั่งก็หน้าตาเหมือนๆกัน เขาก็มองว่าคนเอเชียหน้าตาเหมือนๆกัน

เหมือนชีวิต บางครั้งอะไรที่ไกลตัวไม่คุ้นเคย เราอาจมองว่ามันก็เหมือนๆกัน ไม่น่าค้นหา

แต่ถ้าเราเพ่งสังเกตให้ดี ทุกอย่างล้วนมีความต่างและเหมือนในรายละเอียด

ผู้ที่หวังดีเท่านั้น จึงจะมาว่ากล่าวตักเตือนเรา ...ฟังไว้จะเป็นประโยชน์นะเออ

Wednesday, February 26, 2014

ใต้แสงนีออนเหงาๆ กับมอเตอร์ไซค์ที่ว่างเปล่า...

ผมชื่นชมและดีใจเสมอ ที่สังคมโลกยังมีบทเพลงขับกล่อมให้ชีวิตคน เพราะเพลงแค่เพลงเดียว ก็สามารถเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาความคิดมนุษย์ที่ยึดติดกับวัตถุและเหตุผล ให้คนฟังได้เกิดจินตนาการ มีโลกใบเล็กๆที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์อยู่ในห้วงคำนึง บทเพลงสามารถที่จะสร้างปรากฏการให้ผู้คนมากมายได้ตระหนักถึงชีวิตและสังคมของตัวเองว่ามันหยาบกร้าน หรือมีแง่มุมที่อ่อนนุ่มงดงามแบบไหน โดยมีศิลปินเป็นผู้มอบความเชื่อมโยงนั้น
Motorcycle Emptiness บทเพลงของ Manic Street Preachers ในปี ค.ศ. 1992 เป็นเพลงโปรดของผมมานาน มันไม่ใช่เพลงอกหักจากความรัก แต่คงเป็นเพลงของคนที่อกหักจากสังคมที่อยู่ตรงหน้า มันอาจจะเต็มไปด้วยคำตัดพ้อและขบถต่อสังคม ในแบบวัฒนธรรมพังค์ของยุคนั้น แต่ผมเข้าใจว่า บทเพลงนี้ไม่ได้จะบั่นทอนกำลังใจในชีวิตใคร และมันก็ไม่ได้ให้กำลังใจชีวิตใครเช่นกัน แม้ว่าการตัดพ้อ ด่าทอและร้องไห้กับสังคมที่เราฉุดรั้งมันไม่ได้ มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย แต่สำหรับผมมันคือเพลงที่ทำให้เราได้ตระหนักถึงความจริงในโลกยุคใหม่ และอยู่กับมันให้ได้ โดยที่หัวใจไม่บุบสลายไป
Motorcycle Emptiness สร้างมวลคลื่นบางอย่างให้กับสังคมประชาธิปไตยแบบทุนนิยมในอังกฤษ ซึ่งเป็นสังคมของการแข่งขันด้วยเม็ดเงิน มวลคลื่นนี้เป็น คำถากถาง สงสัย และเคลือบแคลงในระบบสังคมที่เป็นอยู่ เกิดเป็นคำถามในชีวิตผู้คนอยู่ร่ำไป ว่าวัฒนธรรมที่เป็นอยู่ทำไมมันช่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรักและโอบกอด  หลายคราที่เราตามหาแสงสว่างในชีวิต ช่วยส่องทางให้กับเรา ให้เราได้รู้หนทางข้างหน้า เราต้องสร้างทุกสิ่งทุกอย่างจากศูนย์ และในความมืดมิดของค่ำคืน เราสร้างแสงไฟนีออน เพื่อให้เราได้พบอะไรสักอย่างใต้แสงนั้น เผื่อเราจะได้พบกับความหวัง แต่สิ่งที่แสงไฟนีออนส่องให้เรา มันเป็นเพียงมวลอากาศที่ว่างเปล่าของโลกใบใหม่ใบนี้ ทุกคนเอาเวลาไปไล่ตามสิ่งที่สังคมหยิบยื่นให้ เราต่างต้องเป็นไปตามกลไกที่สังคมต้องการ เราวิ่งไป เราออกเดินทางไล่ตามมันไป หรือชีวิตคือพาหนะคันหนึ่งที่เพียบพร้อมและมีประโยชน์ในการเดินทาง แต่หลายครั้งหลายคราที่เรากลับไม่รู้เลยว่าเราจะไปทางไหน และไปกับใคร ต้องปล่อยมันเป็นเหมือนมอเตอร์ไซค์ที่ว่างเปล่าไร้คนขับ แล้วเราจะมีมันไปทำไมกัน  บางทีโลกที่เราอยู่นั้น อาจจะเป็นเพียงแสงไฟนีออนที่ว่างเปล่า กับมอเตอร์ไซค์เหงาๆคันหนึ่ง นี่คือความหมายที่ผมถอดได้จากเพลง และนำมาคิดทบทวนถึงชีวิตและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งไม่ใช่แค่ในอังกฤษ แต่มันสามารถกล่าวถึงโลกเกือบทั้งใบในศตวรรษที่ 21 นี้
ในโลกใบใหญ่ที่ค่อยๆแคบลง ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนแปลง มีเรื่องราวความโดดเดี่ยวที่เกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ของคนสังคม แผ่ขยายไปอย่างไม่มีที่หลบซ่อน เราจะอยู่ในสังคมอย่างไร ที่เราจะมองเห็นและสัมผัส ถึงคุณค่าและความหมายด้วยสิ่งที่จะสูบฉีดให้ร่างกายของเรา มันไม่ใช่เพียงโลหิตเป็นแน่ หากแต่เป็น ความรัก ความหวัง ความอบอุ่น หรือความเชื่อในบางอย่าง ที่จะกระตุ้นให้เราตั้งจุดหมายของชีวิต หล่อเลี้ยงให้เราก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง บนโลกที่เราต่างไม่รู้จักมันดีพอ แต่อย่างน้อย เรารู้จักตัวเอง และความงามของชีวิต

Wednesday, January 22, 2014

ชีวิตข้างหน้าเราอาจไม่ต้องมีความสุขเสมอไปก็ได้ ในเมื่อเรามีความสุขกับสิ่งดีๆรอบๆตัวมาตั้งมากแล้ว บางครั้งความสุขสมบูรณ์อาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องเจอ แต่อุปสรรคที่จะเข้ามาต่างหาก ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ และเข้าใจชีวิตมากขึ้น

Tuesday, December 31, 2013

บางทีก็กรอบ

เราจะคิดได้กว้างไกลแค่ไหนถ้าไม่มีกรอบ แต่ความคิดเราจะสะเปะสะปะแค่ไหนถ้าไม่มีกรอบ

เพราะงั้น ขอชีวิตที่บางทีก็กรอบ บางทีก็ไม่กรอบ